พิษณุโลก/น่าน — เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน เมื่อศูนย์วิทยุกู้ภัยได้รับแจ้งจากชาวบ้านและชาวประมงพื้นบ้านว่า พบร่างผู้เสียชีวิตลอยอยู่กลางแม่น้ำน่าน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จึงได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท้องที่ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิในพื้นที่ เร่งนำเรือรบและอุปกรณ์กู้ภัยเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที
จุดเกิดเหตุ: ร่างลอยติดกิ่งไม้ริมตลิ่ง สภาพเริ่มเน่าเปื่อย
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตลอยมาตามกระแสน้ำและมาติดอยู่กับกิ่งไม้ริมตลิ่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ทำการลงเรือไปผูกร่างและลากจูงนำกลับเข้าหาฝั่ง เพื่อให้แพทย์เวรและพนักงานสอบสวนเข้าทำการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้น
จากการตรวจสอบ สภาพศพเป็นเพศชาย (หรือเพศหญิง) สวมเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น สภาพร่างกายเริ่มมีอาการอืดพองและส่งกลิ่นเหม็นคละคลานไปทั่วบริเวณ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24-48 ชั่วโมง ตรวจสอบตามร่างกายในเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้าย หรือร่องรอยการต่อสู้ใด ๆ และไม่พบเอกสารสำคัญระบุตัวตนภายในตัวผู้เสียชีวิต
สอบสวนชาวบ้าน: คาดเป็นคนในพื้นที่หรือผู้พลัดตกน้ำ
จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง เบื้องต้นยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร เนื่องจากสภาพศพเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ละแวกใกล้เคียงที่ออกมาหาปลาแล้วเกิดอุบัติเหตุลื่นพลัดตกน้ำ หรืออาจเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวแล้วเกิดอาการหน้ามืดจมน้ำเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงบนของลำน้ำ แล้วร่างถูกกระแสน้ำพัดลอยมาตามลำน้ำน่านจนกระทั่งมีผู้มาพบเห็น
เร่งติดตามหาญาติ ส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังแผนกนิติเวชโรงพยาบาลศูนย์ เพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งในการหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
พร้อมกันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการประสานไปยังผู้นำชุมชน และสถานีตำรวจใกล้เคียงตามแนวแม่น้ำน่าน เพื่อตรวจสอบรับแจ้งความคนหาย หากครอบครัวใดมีญาติหรือบุคคลในบ้านสูญหายไปในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา สามารถติดต่อขอตรวจสอบหลักฐานและรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุต่อไปครับ
(ที่มา: สรุปและเรียบเรียงจากรายงานข่าวอุบัติเหตุและเหตุอุบัติภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน)
